วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อาชีพที่เกี่ยวกับดาราศาสตร์

หัวข้อที่ 2


งานในอาชีพของนักดาราศาสตร์

นักดาราศาสตร์ ชื่อ โคปอร์นิคัส






นิยามอาชีพ
         

     ศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับโครงสร้างการวิวัฒนาการ ขอบเขตและการแผ่พลังงานของเอกภพ : ศึกษาขนาด มวล รูปร่าง ระยะทาง การเคลื่อนที่วงโคจร ลักษณะส่วนประกอบ และโครงสร้างของวัตถุท้องฟ้า ศึกษาการก่อกำเนิดและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ดาวคู่ ดาวกระจุก และกาแล็กซี ศึกษาอุณหภูมิ ความสว่าง องค์ประกอบเคมีและโครงสร้างภายในของดาวฤกษ์ และวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ โดยใช้กล้องโทรทรรศน์และเครื่องบันทึกสัญญาณต่างๆ เช่น สเปกโทรกราฟ โฟโตมิเตอร์ อินเตอร์เฟียโรมิเตอร์ เป็นต้น ศึกษาวัตถุท้องฟ้าในช่วงความยาวคลื่นอื่นๆ เช่น วิทยุอุลตราไวโอเลต อินฟาเรด เอ็กซเรย์ เป็นต้น สังเกตวัตถุบนฟ้าด้วยกล้องโทรทรรศน์เพื่อคำนวณตำแหน่งของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ คำนวณโคจรของดาวเคราะห์ ดาวหาง และดาวเคราะห์น้อย ศึกษาปรากฏการณ์บนท้องฟ้า เช่น อุปราคา ฝนดาวตก แสงเหนือ แสงใต้ เป็นต้น ศึกษากลุ่มดาว และสร้างแผนที่ดาว พัฒนาตารางคำนวณตำแหน่งและเวลาขึ้น – ตก ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์ เพื่อประโยชน์ทางคมนาคมทางอากาศและทางเรือ กำหนดเวลามาตรฐานสากลโดยการสังเกตวัตถุท้องฟ้า ประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารผ่านดาวเทียม ทำวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารผ่านดาวเทียม ทำวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ทางดาราศาสตร์ ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ ตลอดจน สร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้ในการสังเกตการณ์ บันทึกรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านดาราศาสตร์





 


ลักษณะของงานที่ทำ





            นักดาราศาสตร์ในประเทศไทย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็น นักวิชาการ และอาจารย์ ในสถาบันระดับอุดมศึกษา หรือมหาวิทยาลัยที่ทำการเปิดสอนภาควิชาฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ หรือโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หน่วยวิจัยดาราศาสตร์ สมาคมดาราศาสตร์ เป็นต้น โดยมีภาระกิจเกี่ยวข้องดังนี้
1. บรรยาย สอน เผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวกับดาราศาสตร์ อวกาศ สภาพอวกาศ ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเพื่อให้เข้าใจถึงวิวัฒนาการของดวงดาว และโลกอันเป็นเรื่องใกล้ตัวและมีผลกระทบกับชีวิตประจำวัน โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาของสถาบันการศึกษาในประเทศและต่างประเทศ
2. ศึกษา ค้นคว้า วางแผนการวิจัย และการเตรียมการสังเกตการณ์ระดับชาติ โดยนำผลการศึกษาปรากฏการณ์บนท้องฟ้า มาประมวลผลวิเคราะห์และจัดทำเป็นรายงานเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบ
3. จัดประชุมสัมมนาทางดาราศาสตร์ ในเรื่องการเรียนการสอน และการวิจัยทางด้านดาราศาสตร์
4. ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการปรับปรุงสารสนเทศทางด้านดาราศาสตร์ เพื่อกระตุ้นให้คนไทย มีความสนใจ
ต่อเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากขึ้น และให้กลุ่มสนใจทางดาราศาสตร์สามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้
ได้มากขึ้น
5. ประสานความร่วมมือทางด้านวิชาการเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลทางดาราศาสตร์ร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ กรมชลประทาน กรมแผนที่ทหาร กรมทรัพยากรธรณี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี อุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอ และองค์การระหว่างประเทศ ฯลฯ เพื่อจัดทำสารสนเทศทางด้านดาราศาสตร์
6. จัดทำหลักสูตรหรือกิจกรรม เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์บนท้องฟ้าแก่ประชาชนและเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมอย่างทั่วถึง ร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน สมาคมดาราศาสตร์ หรือชมรมดาราศาสตร์ของจังหวัดต่างๆ ที่มีนักวิชาการหรืออาจารย์สอนด้านดาราศาสตร์ประจำอยู่ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น การเกิดพายุสุริยะ การเกิดสภาพความแปรปรวนของบรรยากาศชั้นไอโอโนสเพียร์ และบรรยากาศชั้นบนของโลกที่เป็นสาเหตุทำให้สถานีไฟฟ้าขัดข้อง ระบบสื่อสารดาวเทียมบกพร่อง และระบบเตือนภัยบนเครื่องบินขัดข้อง เป็นต้น 


สภาพการทำงาน
ผู้ประกอบอาชีพนี้ ส่วนใหญ่จะติดต่อประสานงานและร่วมประชุมเพื่อจัดเตรียมการสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้า และทำการวิจัย ดังนี้
1. จัดเตรียมแผนงานและกิจกรรมด้านวิชาการเมื่อมีการออกสังเกตการณ์
2. กำหนดแผนการเดินทางไปสังเกตการณ์ ตามบริเวณที่คาดว่าจะเกิดปรากฏการณ์ โดยอาจทำภาพจำลองของปรากฏการณ์ในคอมพิวเตอร์ล่วงหน้าเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้เข้าใจตามหลักวิทยาศาสตร์
3. เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการสังเกตการณ์ เช่น กล้องดูดาว กล้องถ่ายภาพ พร้อมฐานควบคุม กล้อง
ถ่ายภาพแบบสะท้อนแสง ระบบถ่ายภาพที่ทันสมัย แผนที่ดูดาว เป็นต้น
4. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนเพื่อขอความร่วมมือในการ
เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับปรากฏการณ์นั้นๆ รวมทั้งผลงานทางวิชาการสู่สาธารณชน
5. รวบรวมข้อมูลการประเมินผล และผลการวิเคราะห์ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าแต่ละครั้งเพื่อจัดทำแผนการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ของประเทศ ซึ่งการสังเกตการณ์แต่ละครั้งจะต้องมีการเดินทางออกไปสังเกตการณ์หลายสถานที่ บางครั้งต้องไปในสภาพพื้นที่ป่าเขาและอาจมีผู้ร่วมเดินทางจากหลากหลายวิชาชีพ รวมทั้งผู้สนใจทางดาราศาสตร์



คุณสมบัติผู้ประกอบอาชีพ

1. เพศหญิง หรือเพศชาย
2. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์อวกาศ
3. มีความสนใจในวิชาชีพ
4. สนใจศึกษาค้นคว้าวิจัย ในเรื่องดาราศาสตร์ และอวกาศอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่า สามารถสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ที่ปิดสอนคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง


โอกาสในการมีงานทำ

ผู้สนใจเป็นนักดาราศาสตร์ สามารถที่จะปฏิบัติงานด้านการสอนเรื่องดาราศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป สอนวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ในมหาวิทยาลัยที่มีภาควิชาฟิสิกส์ สาขาวิชาดาราศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ หรืออาจจะปฏิบัติงานรับราชการในกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือกรมอุตุวิทยา เป็นต้น
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ


ผู้ประกอบอาชีพนี้ที่รับราชการ จะได้รับเลื่อนขั้นตามความสามารถและผลงาน ควรศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก จนอาจได้รับการปรับเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าส่วนงาน เช่น ผู้อำนวยการ รองอธิบดี อธิบดี


อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง

เป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในเรื่องดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์อวกาศ และสภาพอวกาศ นักเขียนหนังสือเกี่ยวกับดาราศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาให้กับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์

แหล่งที่มา   http://www.google.co.th/search?hl=th&q=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2&aq=f&aqi=&aql=&oq=&gs_rfai=

ข่าวที่เกี่ยวกับดาราศาสตร์

หัวข้อที่ 6



เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่การประชุมร่วมดาราศาสตร์แห่งชาติและยุโรป(JENAM 2010) Ricardo Amorin จากสถาบันดาราศาสตร์ฟิสิกส์ อันดาลูเซีย ได้นำเสนอการอธิบายธรรมชาติของสิ่งประหลาดที่เรียกว่า กาแลคซีถั่วลันเตา(Green Pea galaxies) ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2007 โดยนักดูดาวสมัครเล่น ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่ากลุ่มดาวที่อยู่กันอย่างหนาแน่นมากประเภทนี้มีปริมาณสารประกอบซับซ้อนที่ต่ำ หลังจากถูกเจือจางด้วยธารก๊าซและลมซุปเปอร์โนวาที่รุนแรงAmorin กล่าวว่า การค้นพบถั่วลันเตานี้เป็นตัวอย่างที่น่าตื่นตาตื่นใจว่าประชาชนธรรมดาผู้รักในดาราศาสตร์จะสามารถช่วยนักวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร พวกเขาถกเรื่องวิทยาศาสตร์กับนักดาราศาสตร์อาชีพ และได้เขียนเสนอเกี่ยวกับกาแลคซีถั่วลันเตาใน Wikipedia ได้ดีมาก ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำหรับประชากรบนโลกนักดูดาวเป็นงานอดิเรกเป็นกลุ่มแรกที่ได้จำแนกกาแลคซีใหม่ประเภทนี้ โครงการออนไลน์ที่มีชื่อว่า Galaxy Zoo และ Galaxy Zoo 2 ได้ร้องขอให้ประชาชนที่สนใจช่วยจำแนกประเภทกาแลคซีจากภาพจำนวนมากที่ถ่ายโดย Sloan Digital Sky Survey การจำแนกประเภทของกาแลคซีนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพื่อความเข้าใจวิวัฒนาการเอกภพ แต่ก็ยังยากเนื่องจากรูปร่างที่หลากหลายของพวกมัน นักดาราศาสตร์จึงหันไปหาประชาคมออนไลน์ให้ช่วย และนักวิทยาศาสตร์สมัครเล่นก็สมัครมาเพื่อมองดูภาพและหากาแลคซีประเภทต่างๆ ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่เปิดโครงการ เวบไซท์ได้รับการจำแนกกาแลคซีถึง 70,000 แห่งในหนึ่งชั่วโมงนักวิทยาศาสตร์ชาวบ้านเหล่านี้ได้ค้นพบกาแลคซีประเภทประหลาดที่ไม่สามารถจัดอยู่ในประเภทที่มีก่อนหน้านี้ได้ มันมีขนาดเล็กและมีสีเขียว ไม่นานพวกมันจึงถูกตั้งชื่อว่า กาแลคซีถั่วลันเตา พวกมันดูเหมือนจะเป็นกาแลคซีมวลต่ำที่หนาแน่นซึ่งกำลังมีการก่อตัวดาวฤกษ์อย่างคึกคัก และอยู่ที่ระยะทางประมาณ 1.5 ถึง 5 พันล้านปีแสงก็บ่งชี้ว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มีความสำคัญอย่างมากในวิวัฒนาการเป็นที่ทราบกันแล้วว่ากาแลคซีถั่วลันเตามีโลหะต่ำ(โลหะในทางดาราศาสตร์หมายถึงธาตุใดๆ นอกเหนือจากไฮโดรเจนและฮีเลียม) การศึกษาที่นำเสนอเมื่อวันที่ 10 กันยายนบอกว่าแรงดึงโน้มถ่วงของก๊าซจากรอบนอกของกาแลคซีถั่วลันเตาหรือเลยจากนั้น รวมกับคลื่นกระแทกจากการระเบิดซุปเปอร์โนวาน่าจะเป็นสาเหตุ Amorin อธิบายว่า การค้นพบกาแลคซีถั่วลันเตาได้เปิดหน้าต่างบานใหม่ให้กับการสืบหาวิวัฒนาการกาแลคซีและการก่อตัวดาวฤกษ์ในเอกภพช่วงแรกๆ กาแลคซีถั่วลันเตาไม่ได้เป็นแค่ความสำเร็จจากวิทยาศาสตร์ชาวบ้านที่มาจาก Galaxy Zoo ในปี 2007 คุณครูชาวดัตช์ Hanny van Arkel ซึ่งกำลังจำแนกกาแลคซีให้โครงการก็พบวัตถุประหลาด ซึ่งต่อมาให้ชื่อว่า Hanny’s Voorwerp ซึ่งเป็นภาษาดัตช์แปลว่า วัตถุของ Hanny ปรากฏการณ์ประหลาดนี้หลอกหลอนนักวิทยาศาสตร์และก็เพิ่งในเดือนกรกฎาคม 2010 ที่หาคำอธิบายที่เป็นไปได้ กล่าวว่า หลุมดำมวลมหาศาลแห่งหนึ่งในกาแลคซีใกล้เคียงแห่งหนึ่งได้เปล่งรังสีและทำให้กลุ่มเมฆก๊าซเรืองแสงขึ้น ประชาคมนักดาราศาสตร์สมัครเล่นได้ร่วมมือกันเพื่อทำการ์ตูนการศึกษาเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้โดยเรียกว่า Hanny and the Mystery of the Voorwerp Amorin สรุปว่า อาสาสมัครโครงการ Galaxy Zoo ได้นำพาวิทยาศาสตร์เข้าใกล้ชาวบ้านอย่างมาก มันเป็นหนทางที่ทรงพลังที่จะเผยแพร่วิทยาศาสตร์ไป Galaxy Zoo โครงการล่าสุดที่เพิ่งฟื้นฟูกลับมา ใช้ข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเพื่อเจาะเอกภพให้ลึกมากขึ้น บางทีอาจจะมีการค้นพบวิทยาศาสตร์จากชาวบ้านรอเราอยู่

ค้นหาเมื่อวัน  เสาร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เวลา 15.39 น.

แหล่งอ้างอิง   http://id.in.th/thread-570-1-1.html